เข้าหน้าร้อนแล้วนะครับ
ปลายๆ เดือนกุมภาพันธ์ 2550 ที่ขอนแก่นที่ผมเรียนอยู่นี่ อากาศเริ่มร้อนแล้ว ร้อนมากๆ ร้อนแบบแห้งๆ น่ะครับ ไม่เหมือนร้อนที่เชียงใหม่สักเท่าไหร่ เพราะที่เชียงใหม่มันก็ร้อนอยู่ไม่น้อย แต่ไม่แห้งมากๆ แบบที่นี่ ขีวิตวัยเรียนหน้าร้อนแรกกำลังจพมาทักทายแล้ว
พัดลมน้อยขนาดเท่าหมอหุงข้าวของผมเริ่มงัดออกมาใช้งานตามหน้าที่ของมัน อย่างอดทน เพราะผมเปิดมันซะทั่งวี่ทั้งวัน จริงๆ ห้องที่ ผมทำงานอ่านหนังสืออยู่ก็มีแอร์ แต่มันเป็นห้องใหญ่ มีแอร์ตัวใหญ่สองตัว จะเปิดทีก็รู้สึกว่ากำลังเห็นแก่ตัวชาติบ้านเมืองอยู่ไม่น้อย ครั้นจะยกของไปทำงานห้องเล็กที่มีเพื่อนๆ อีกสองสามคนนั่งอยู่ก็ขี้เกียจยกของแล้ว อยู่ที่นี่จนติดมาตั้งแต่หน้าหนาวแล้ว ก้เลยจำต้องทน้อนนิดหน่อน หอบหิ้วเอาพัดลมไว้ใกล้ตัว หวังให้คลายร้อนลงไปบ้าง
ในความร้อนนั้นถ้าปล่อยให้จิตใจเรารุ่มร้อนไปด้วย ชีวิตก็พังเองง่าย ๆ ทั้งๆ ที่ก็มีเรื่องให้ร้อนอยู่ทุกวันอยู่แล้ว เมื่อก่อนผมทำงาน ชีวิตมันอีกแบบหนึ่ง ตอนนี้พอมาเรีรยนชีวิตก็อีกแบบบหนึ่งต่างกันตรงที่ว่า เราได้อ่านหนังสือมากกว่าตอนที่ทำงาน ตอนนนั้นก็อ่านหนังสือเป็นปกติ อยู่ แต่เวลาได้นั่งทั้งวันแบบนี้มันก็น้อยกว่า การนั่งทำไรอะไรอย่างเดียวกับสิ่งที่ตัวเองรัก นานเท่าไหร่ก็ไม่เบื่อนะครับ.... แต่กับอะไรที่เราไม่ชอบ ให้แอร์เย็นเท่าไหร่ ใจก็รุ่มร้อน นั่งไม่ติดโต๊ะ.... ร้อน ไม่ร้อน อยู่ที่ใจ
คนเรามีเรื่องที่ทำให้คลายร้อนอยู่ไม่มาก เพียงแต่ว่าเราจะอยู่กับสิ่งนั้นนานขนาดไหนเท่านั้นเอง ช่วงนี้ผมมีเรืองที่พอจะช่วยให้คลายร้อนอยู่บ้างก็คือ ตามหางานของ วรรณสิงห์ ประเสริฐกุลมาอ่าน อย่าง "Theory of Life" ทั้งที่เคยอ่านมาบ้างแล้วในอดีต แต่ก็สนใจมากพิเศษเอาตอนช่วงนี้ ยิ่งได้อ่านบทสัมภาษณ์อะไรบางอย่างในอินเทอร์เน็ต ทำให้รู้สึกว่าเราชอบสไตล์ชีวิตแบบวรรณสิงห์อยู่ไม่น้อย ชีวิตที่"คิด" กับสังคม และรอคอย "ทำ" เพื่อสังคม ตามแนวทางที่เขาสนใจศึกษาคือ เศรษฐศาสตร์ แม้วันนี้จะทำได้ไม่มาก แต่เท่าที่ความรู้และสปิริตจะพอมี เขาก็ไม่ยอมให้มันห่างหายไปเลย แล้วเรื่องอะไรล่ะที่วันหน้าเมื่อเขามีควารู้มากมาย เขาจะไม่ทำอะไรตามในสิ่งที่รู้และคิดนั้น
ผมชอบตรงที่เขาพูดตรวไปตรงมาเกี่ยวกับการศึกษา และหาทางเลือกให้กับตัวเองได้โดยไม่ต้องให้อะไรสักอย่างหนึ่งมาครอบงำความคิดของเขาได้ ในขณะที่วัยรุ่นส่วนใหญ่ยอมที่อยู่ภายใต้การครอบงำนั้น
บนใบหน้าอันเกลี้ยงเกลาเข้าขั้นพระเอก หมวกที่ติดกับหัวตลอดเวลาตามอย่งพ่อของเขา เป็นเอกลักษณ์ที่ชวนให้คนมอง แต่สิ่งที่อยู่ภายใต้การกระทำและสิ่งภายนอกเหล่านั้นมันคือ วิญญาณน้อย ๆ ทีรอคอยทำเพื่อการเปลี่ยนแปลงทางสังคมอย่างมั่งมั่น ไม่มีที่ท่าว่าเหนื่อยล้าไปกับกระแสที่ไหลบ่ามาด้วยทุนนิยม
ผมชอบคนที่ความคิด พอดีหน้าตาสำหรับบางกรณีมันมาพร้อมความคิด ก็พลอยทำให้คนอื่นคิดมากไปด้วย..... โปรดอย่าใส่ใจ
แล้วนี่เมื่อไหร่จะได้เสพหนังสือเป็นเล่มของคุณอีกละหนอ นอกจากเสพเวบบล๊อกของคุณไปพลางๆ ก่อน
ร้อนที่ไม่ร้อน.....
Wednesday, February 28, 2007
Subscribe to:
Post Comments (Atom)
No comments:
Post a Comment